หยุดยาวช่วงสงกรานต์นี้ หากใครที่กำลังวางแผนเตรียมขับรถยนต์กลับภูมิลำเนา หรือขับรถไปต่างจังหวัดเพื่อท่องเที่ยวพักผ่อน นอกเหนือจากการเตรียมแผนการเดินทางท่องเที่ยว กับเตรียมความพร้อมของร่างกายก่อนขับรถระยะทางไกล ๆ แล้ว การเตรียมพร้อมรถยนต์เป็นขาดไม่ได้ เพื่อความปลอดภัยต่อทั้งตัวผู้ขับและผู้ใช้รถ ใช้ถนน วันนี้เราจึงมาแนะนำ 5 เช็กลิสต์จุดสำคัญ เพื่อตรวจสภาพรถยนต์ด้วยตัวเองก่อนการเดินทางท่องเที่ยว เพื่อให้การเดินทางของคุณเป็นไปอย่างราบรื่น และปลอดภัยกัน
1. ตรวจสภาพยางรถยนต์ก่อนเดินทางไกล
การขับรถทางไกลให้ปลอดภัย สิ่งที่ต้องตรวจสอบเป็นอย่างแรกคือ “ยางรถยนต์” โดยต้องตรวจสอบทั้งในเรื่องสภาพความสมบูรณ์ของยางให้ไม่บวม หรือแตกลายงา อีกทั้งยังจำเป็นต้องตรวจเช็กยางรถยนต์อีก 2 อย่าง ดังนี้
-เช็กแรงดันลมยาง เติมลมยางให้เหมาะสม
แรงดันลมยางเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อความปลอดภัย ทั้งในเรื่องการเกาะถนน การเบรก สมรรถภาพการขับขี่ รวมถึงส่งผลต่ออัตราสิ้นเปลืองน้ำมันด้วย ดังนั้นก่อนขับรถทางไกลแนะนำให้เติมลมยางให้เหมาะสมกับรถยนต์แต่ละประเภท -รถยนต์ขนาดเล็ก 30 – 32 PSI -รถยนต์ขนาดกลาง 32 – 34 PSI -รถยนต์ SUV ขนาดกลาง 32 – 35 PSI -รถยนต์ SUV ขนาดใหญ่ ( 7 – 10 ที่นั่ง) 32 – 36 PSI -รถกระบะ ไม่บรรทุก 32 – 35 PSI -รถกระบะบรรทุก 34 – 40 PSI
-ตรวจสภาพความลึกของดอกยาง
นอกจากเรื่องลมยางแล้ว ความลึกของดอกยางก็สำคัญต่อการขับขี่อย่างปลอดภัยเช่นกัน โดยเฉพาะเวลาที่ฝนตกหนัก หากดอกยางเหลือน้อยมาก ๆ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุมากขึ้น
- ความลึก 6 – 8 มม. ถือเป็นความลึกของดอกยางที่ปลอดภัยที่สุด
- ความลึก 4 – 5 มม. ถือว่าเป็นความลึกในระดับที่ยังปลอดภัย
- ความลึกน้อยกว่า 3 มม. เป็นระดับที่ควรต้องเปลี่ยนยางใหม่ เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
2. ตรวจสภาพปริมาณของเหลวในรถยนต์
ตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องรถยนต์ให้เหมาะสม เพื่อลดการสึกหรอ และลดความร้อนสะสมของเครื่องยนต์ นอกจากระดับน้ำมันเครื่องแล้ว อย่าลืมเช็กสภาพสีของน้ำมันเครื่อง หากมีสีเข้ม มีกลิ่นเหม็นไหม้ แนะนำให้ทำการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง เพื่อป้องกันความเสียหายของเครื่องยนต์ระหว่างการเดินทาง
นอกเหนือจากน้ำมันเครื่องแล้ว ของเหลวที่ต้องเช็กอีกอย่างก็คือ น้ำยาหล่อเย็นในหม้อน้ำ ควรให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อช่วยระบายความร้อนหรือหล่อให้กับเครื่องยนต์และควบคุมเครื่องยนต์ไม่ให้มีอุณหภูมิสูงผิดปกติ จนทำให้รถยนต์เสียระหว่างเดินทาง
3. ตรวจสภาพแบตเตอรี่รถยนต์ให้สมบูรณ์
แบตเตอรี่ถือเป็นอีกหนึ่งส่วนที่สำคัญกับรถยนต์ หากเกิดควายเสียหาย หรือเสื่อมสภาพอาจทำให้รถยนต์สตาร์ทไม่ติด ระบบไฟฟ้าต่าง ๆ ในรถยนต์ทำงานไม่ราบลื่น ดังนั้นก่อนเดินทางไกล ควรตรวจเช็กแรงดันแบตเตอรี่ไม่ให้เสื่อมสภาพ ควรมีค่าแรงดันไฟฟ้า (Volt) มากกว่า 12 V ขึ้นไป และเช็ดทำความสะอาดขั้วแบตเตอรี่เพื่อให้จ่ายไฟได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น
4. ตรวจสภาพระบบไฟแสงสว่างรอบรถ
การขับรถยนต์บนถนนนาน ๆ ระบบไฟส่องสว่างรอบตัวรถ ไม่ว่าจะไฟหน้า ไฟเบรก ไฟให้สัญญาณ ไฟฉุกเฉิน หรือแม้กระทั่งไฟตัดหมอกก็ควรตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนออกเดินทางว่าสามารถเปิดติด ทำงานได้สมบูรณ์ครบทุกดวง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุโดยเฉพาะหากต้องขับรถในตอนกลางคืนที่ทัศนวิสัยในการมองเห็นต่ำ
5. ตรวจสอบที่ปัดน้ำฝนให้เรียบร้อย
ก่อนเดินทางควรตรวจสอบที่ปัดน้ำฝนทุกจุดบนรถว่าเสื่อมสภาพแล้วหรือยัง ซึ่งปกติแล้วยางปัดน้ำฝนจะมีอายุการใช้งานสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 1 ปี วิธีตรวจสอบเบื้องต้นเพียงใช้เล็บจิกลงไป หากเนื้อยางมีความแข็ง และไม่คืนรูปก็ถึงเวลาเปลี่ยนแล้ว
นอกจากตรวจสอบคุณภาพยางปัดน้ำฝนแล้ว อย่าลืมเติมน้ำที่ปัดกระจก เพื่อใช้เช็ดสิ่งสกปรกที่อาจกระเด็นมาติดกระจกรถ และอาจทำให้เราเสียสมาธิในการขับขี เสริมความอุ่นใจในการขับขี่ด้วยประกันรถยนต์
นอกเหนือจากการตรวจสภาพรถยนต์แล้ว การขับรถยนต์ทางไกลอีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ ประกันรถยนต์ ที่จะช่วยคุ้มครองในเวลาที่เกิดอุบัติเหตุไม่คาดคิดระหว่างการเดินทางท่องเที่ยว ในบางแผนกรมธรรม์ยังมีบริการเจ้าหน้าที่สำรวจภัย บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะขับรถดึก หรือเช้าตรู่ขนาดไหน เมื่อเกิดเหตุก็ยังอุ่นใจได้นั่นเอง
ทั้งนี้ 5 จุดดังกล่าวเป็นจุดที่เราสามารถเช็กง่าย ๆ ได้ด้วยตนเอง แต่จุดที่สำคัญต่อความปลอดภัยมาก ๆ อย่าง ช่วงล่าง ผ้าเบรก และน้ำมันเบรกก็ไม่ควรละเลย ดังนั้นก่อนเดินทางไกล แนะนำให้นำรถเข้าไปตรวจเช็กสภาพแบบละเอียดตามอู่ และศูนย์บริการรถยนต์ใกล้บ้านเพื่อความปลอดภัยในการขับรถทางไกล
ประกันรถยนต์ สวัสดี เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ ซื้อง่าย เทียบไวใน 2 วิ เช็คราคาเลย เว็บไซต์สวัสดี https://sawaddee.com/motor LINE: @sawaddee.com หรือโทรหาเรา 0882226651
หมายเหตุ: เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ผู้ซื้อโปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไขและข้อยกเว้นก่อนทำประกันภัยทุกครั้ง ที่มา: เมืองไทยประกันภัย อ้างอิง: One2Car, B-Quik, Yellow Tire