ทำไมต้องมีประกันเดินทาง ก่อนออกเดินทางต่างประเทศ?
ไม่ว่าคุณจะเดินทางไปต่างประเทศเพื่อ ท่องเที่ยว, ทำงาน, เรียนต่อ หรือพำนักระยะยาว สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือ ประกันเดินทาง เพราะเหตุไม่คาดฝันสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ เช่น
✅ เจ็บป่วยฉุกเฉิน ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล
✅ ไฟลต์ดีเลย์หรือยกเลิก ทำให้แผนเดินทางเปลี่ยนแปลง
✅ กระเป๋าเดินทางสูญหาย หรือถูกขโมย
สิ่งที่ควรรู้ก่อนซื้อประกันเดินทางต่างประเทศ ควรเลือกอย่างไร
ก่อนจะออกเดินทางไปต่างประเทศ ไม่ว่าจะไปท่องเที่ยว ไปทำงาน หรือไปทำภารกิจอะไรก็ตาม สิ่งจำเป็นที่ควรซื้อไว้สำหรับเป็นแบ็กอัปหรือแผนสำรอง ก็คือ ประกันเดินทางต่างประเทศ เพราะที่ต่างประเทศนั้น แน่นอนว่าต้องมีข้อกำหนด กฎเกณฑ์ หรือธรรมเนียมปฏิบัติที่แตกต่างกับบ้านของเรา ซึ่งถ้าหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นมา ประกันเดินทางต่างประเทศที่คุณซื้อไว้ก็จะช่วยแบ่งเบาภาระต่าง ๆ ได้ แต่จะเลือกประกันภัยเดินทางต่างประเทศแบบไหนที่ดีและตอบโจทย์ นักเดินทางควรต้องศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับประเภทของประกันภัยการเดินทางกันก่อน
1. รู้จักกับประเภทของประกันภัยเดินทางต่างประเทศ
โดยทั่วไป ประกันเดินทางต่างประเทศ แบ่งออกเป็น 3 แบบหลัก ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการเดินทางของผู้เดินทาง และจุดประสงค์ในการใช้ขอวีซ่า สามารถสรุปได้ดังนี้
1.1 ประกันเดินทางต่างประเทศแบบรายเที่ยว (Single Trip)
- เหมาะสำหรับคนที่เดินทางปีละ 1-2 ครั้ง ให้ความคุ้มครองแบบครั้งต่อครั้ง ทริปต่อทริป
- คุ้มครองระยะสั้น 7-30 วัน
- เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางต่างประเทศไม่บ่อย เช่น ไปท่องเที่ยว ไปติดต่อธุรกิจชั่วคราว
- ครอบคลุม ค่ารักษาพยาบาล, เที่ยวบินล่าช้า, กระเป๋าหาย
- เหมาะกับ ทริปเที่ยว, ดูงาน, ประชุมธุรกิจ
1.2 ประกันเดินทางต่างประเทศแบบรายปี (Annual Trip)
- เหมาะสำหรับคนที่เดินทาง บ่อย ให้ความคุ้มครองตลอดทั้งปีสำหรับการเดินทางไปต่างประเทศหลายครั้ง
- คุ้มครอง หลายทริปตลอดทั้งปี (แต่ละครั้งสูงสุด 90-180 วัน)
- ครอบคลุม ค่ารักษาพยาบาล, อุบัติเหตุ, ทรัพย์สิน, ไฟลต์ยกเลิก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อยครั้ง หรือต้องไปอยู่ต่างประเทศเป็นระยะเวลานาน เช่น ไปศึกษาต่อ ไปทำงานประจำ
1.3 ประกันเดินทางต่างประเทศสำหรับใช้ขอวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa)
ในบางประเทศ ก่อนออกเดินทาง ผู้เดินทางจำเป็นต้องยื่นขอวีซ่า และต้องมีประกันเดินทางที่มอบความคุ้มครอง ผลประโยชน์ รวมถึงวงเงินคุ้มครองที่ได้รับการรับรองจากสถานฑูตไว้ใช้ยื่นขอวีซ่าด้วย โดยเฉพาะประเทศในแถบยุโรปอย่างเขตเชงเก้น (Schengen) ที่ผู้เดินทางจะต้องขอวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) ซึ่งเป็นวีซ่าที่อนุญาตให้ผู้ถือวีซ่า เดินทางเข้า - ออกระหว่างประเทศสมาชิกเขตเชงเก้น 26 ประเทศ ได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าใหม่ ซึ่งประเภทของการเดินทางที่ผู้เดินทางจำเป็นต้องขอวีซ่าเชงเก้น ก็จะสอดคล้องกับประเภทของวีซ่าปกติทั่วไป นั่นคือ
-
วีซ่าท่องเที่ยว (Tourist Visa) สำหรับการเดินทางเพื่อท่องเที่ยวหรือพักผ่อน ซึ่งผู้ถือวีซ่าจะสามารถอยู่ในประเทศได้ชั่วคราว ในระยะเวลาที่กำหนด
-
วีซ่าธุรกิจ (Business Visa) สำหรับการเดินทางเพื่อการประกอบธุรกิจ เช่น ประชุม สัมมนา จัดแสดงสินค้า เป็นต้น
-
วีซ่าทำงาน (Work Visa) สำหรับการเดินทางเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ ซึ่งผู้ถือวีซ่าจะสามารถพำนักอยู่ในพื้นที่ได้นานเท่าไรนั้น จะขึ้นอยู่กับประเภทของวีซ่าและกฎหมายของแต่ละประเทศ
-
วีซ่านักเรียน/นักศึกษา (Student Visa) สำหรับการเดินทางเพื่อไปศึกษาต่อในต่างประเทศ
-
วีซ่าคนอยู่อาศัย (Resident Visa) สำหรับการเดินทางที่บุคคลต้องการอยู่อาศัยในประเทศนั้นเป็นระยะเวลานานหรือถาวร เช่น ไปอยู่กับครอบครัว สามี/ภรรยา โดยระยะเวลาในการพำนักก็จะขึ้นอยู่กับกฎหมายของแต่ละประเทศเช่นเดียวกัน
2. เช็กให้ชัวร์ ก่อนซื้อประกันภัยเดินทางต่างประเทศ
มาถึงเรื่องสำคัญสำหรับใครที่ต้องการซื้อประกันเดินทางต่างประเทศ โดยเฉพาะประกันเดินทางต่างประเทศรายปี มาดูวิธีเลือกแผนประกันที่ตรงใจกันต่อ โดยวิธีการเลือก มีดังนี้
1. แผนความคุ้มครองครอบคลุมหลายด้าน
อย่างที่บอกไปว่าเมื่ออยู่ต่างประเทศ อาจเกิดเหตุการณ์ที่เราไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเจ็บป่วย อุบัติเหตุ หรืออื่น ๆ ดังนั้นแผนความคุ้มครองของประกันจะต้องครอบคลุมเรื่องหลัก ๆ ดังนี้
- ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาล ไม่ว่าจะเจ็บป่วยเล็กน้อย หรือเจ็บป่วยหนัก แผนประกันก็ควรครอบคลุมกรณีต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ยิ่งถ้าหากแผนประกันคุ้มครองครอบคลุมโรคประจำตัว หรือภาวะเสี่ยงทางสุขภาพ ก็ยิ่งดี
- ครอบคลุมกรณีอุบัติเหตุและการเสียชีวิต ประกันเดินทางต่างประเทศควรมีวงเงินสำหรับส่วนนี้ไว้ด้วย เพราะไม่มีใครทราบเหตุการณ์ฉุกเฉินในอนาคต
- ครอบคลุมค่าใช้จ่ายกรณีต้องเคลื่อนย้ายกลับประเทศ สอดคล้องกับข้อด้านบน แผนประกันที่ดีควรคุ้มครองค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้ายฉุกเฉิน หากต้องส่งตัวผู้เดินทางกลับประเทศ
- คุ้มครองทรัพย์สิน สัมภาระ กระเป๋าเดินทาง และเอกสารสำคัญ ในกรณีที่เกิดความล่าช้า สูญหาย หรือโดนโจรกรรม โดยในแผนควรให้เงินชดเชยในกรณีเหล่านี้เช่นเดียวกัน
- คุ้มครองกรณีไฟลต์บินยกเลิก ไฟลต์เลื่อนหรือดีเลย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่นอกเหนือการควบคุม จนทำให้ต้องเสียเวลาในการเดินทางมากขึ้น
2. ระยะเวลาในการคุ้มครองตรงกับความต้องการ
นอกจากเรื่องของความคุ้มครองแล้ว ควรเช็กให้ดีว่าประกันเดินทางต่างประเทศที่สนใจจะซื้อ คุ้มครองประเทศใดบ้าง และคุ้มครองกี่วัน ให้ระยะเวลาในการคุ้มครองขั้นต่ำกี่วัน และถ้าให้ดีคุณควรซื้อล่วงหน้า เพื่อให้ประกันเริ่มคุ้มครองทันทีในวันที่ต้องเดินทาง เพราะบางแผนประกันจะมีระยะเวลากำหนดอยู่ว่าต้องซื้อล่วงหน้านานเท่าไร
3. เลือกให้ตรงกับจุดประสงค์ในการเดินทางและประเทศที่จะไป
โดยดูจากลักษณะการเดินทางและกิจกรรมที่จะทำ เพื่อจะได้เลือกแผนประกันที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ เช่น ถ้าในแพลนต้องทำกิจกรรมโลดโผน มีความเสี่ยง ต้องผจญภัยเยอะ หากแผนประกันเดินทางต่างประเทศแผนหลักไม่ครอบคลุม ก็อาจต้องซื้อประกันความคุ้มครองพิเศษเพิ่มเติมไว้ด้วย
4. วงเงินคุ้มครองเหมาะสม
วงเงินคุ้มครองของประกันเดินทางต่างประเทศ ควรเหมาะสมกับค่าเบี้ยประกันภัยที่จ่ายไป เพราะหากวงเงินคุ้มครองต่ำ ก็อาจทำให้คุณต้องรับภาระค่าใช้จ่ายส่วนเกินเอง ยิ่งค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศค่อนข้างสูง คุณจึงต้องเลือกแผนความคุ้มครองให้ดี
5. ค่าเบี้ยประกันที่คุ้มค่า เมื่อเปรียบเทียบกับหลายเจ้า
เพื่อให้ได้แผนประกันที่ตอบโจทย์ และมาพร้อมกับราคาที่คุ้มค่า ก่อนซื้อต้องให้เวลากับการเปรียบเทียบราคา และความคุ้มครองของแผนประกันที่มีลักษณะเดียวกัน จากบริษัทประกันภัยหลาย ๆ เจ้า ซึ่งถ้าหากบริษัทไหนมีโปรโมชันสำหรับลูกค้าเพิ่มมาด้วย ก็ยิ่งเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจขึ้นไปอีก
กรณีตัวอย่าง : ผู้หญิงวัย 35 ปี มีโรคประจำตัวคือโรคภูมิแพ้ กำลังจะเดินทางไปทำงานในประเทศโซนยุโรป 2 ประเทศ เป็นระยะเวลา 3 สัปดาห์
สิ่งที่ต้องพิจารณา ในการเลือกประกันเดินทางต่างประเทศ
เนื่องจากมีปัจจัยเรื่องของโรคประจำตัว และปัจจัยด้านการเดินทาง สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนซื้อประกันเดินทางต่างประเทศ แผนประกันควรให้ความคุ้มครองครอบคลุม ดังนี้
- คุ้มครองกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน เช่น ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล และการเคลื่อนย้ายเพื่อรับการรักษาพยาบาลในพื้นที่ หากอาการกำเริบกระทันหัน
- คุ้มครองกรณีต้องส่งตัวกลับประเทศภูมิลำเนา หากเจ็บป่วยหนักหรือเสียชีวิต
- คุ้มครองกรณีเที่ยวบินยกเลิกหรือดีเลย์ เนื่องจากต้องเดินทางไปใน 2 ประเทศ แผนประกันจึงควรครอบคลุมความช่วยเหลือ หากตกเครื่องตอนต่อไปประเทศที่ 2
- คุ้มครองกรณีกระเป๋าเดินทางและทรัพย์สิน สูญหายหรือล่าช้าจากเที่ยวบิน
- เนื่องจากเป็นการเดินทางเพื่อไปทำงาน และไม่ได้ทำกิจกรรมเสี่ยง หากมีงบประมาณไม่สูงมาก เลือกประกันแผนหลักที่มีวงเงินคุ้มครองครอบคลุมก็เพียงพอ
วิธีการเลือกประกันเดินทางต่างประเทศนั้นไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด แต่สิ่งสำคัญ คือ ควรวางแผนและศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนซื้อ รวมถึงควรเลือกบริษัทประกันภัยที่น่าเชื่อถือไว้ก่อนอีกด้วย สวัสดีประกันได้รวบรวมบริษัทประกันเดินทางชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น MSIG, SOMPO, Tune Protect, Muangthai มาไว้ที่เดียวเพื่อให้คุณได้รับราคาทีดีที่สุด และสามารถซื้อประกันออนไลน์ได้ทันที
ประกันการเดินทางต่างประเทศ รายครั้ง รายปี เปรียบเทียบประกันเดินทางจากบริษัทชั้นนำ เปรียบเทียบง่ายใน 2 วิ ซื้อประกันเดินทางกับสวัสดี คุ้มครองทุกทริป ทุกการเดินทาง Add Line @Sawaddee.com Facebook.com/Sawaddeedotcom IG: Sawaddee.Corp โทร 088 222 6651
ซื้อประกันเดินทางออนไลน์ง่ายๆ พร้อมเปรียบเทียบแผนที่ดีที่สุดได้ที่ Sawaddee.com/travel